Siam-Ja

all about travelling in Thailand

Thailand Up & Coming Events

Travel News

Thailand Travel Blog

อยุธยาไม่รู้จบ...เที่ยวย้อนภพได้ทุกที่..แม้เพลานี้บุพเพฯ จะจางหาย ตอน#หมู่บ้านญี่ปุ่น

ใครๆ ก็ไปอยุธยา ณ เพลานี้ บ้างก็ตามรอย บ้างก็ย้อนรอย บ้างก็ล่องลอย...รอบนี้เราทั้งตามรอยและแตกรอย.. ไปอยุธยามาไม่ถึงร้อยครั้ง (ลบไปสักแปดสิบกว่าครั้ง) แต่ไปทุกครั้งก็ไม่เหมือนกันสักครั้ง เมืองแห่งประวัติศาสตร์สมัยเก่า ..แต่ก็มีสิ่งใหม่ให้ค้นพบได้ทุกครั้งที่ไปเยือน






ไปคราวนี้ ไม่มีจุดหมายอะไรปักหมุดเป็นที่แน่นอน จะตามรอยแม่นางในเรื่องบุพเพสันนิวาสนั้น มันก็แค่พอปะติดปะต่อ พอกล้อมๆแกล้มๆ หาได้รู้เรื่องทั้งหมดไม่ การท่องเที่ยวของเราจึงใช้ใจนำทาง ตั้งต้นออกเดินทางมีจุดหมายแห่งแรก เป็นหมู่บ้านญี่ปุ่น ส่วนที่เหลือก็..ให้น้องบุญพากะพี่วาสนา พาเที่ยวไป..

#เริ่มต้นที่ หมู่บ้านญี่ปุ่น 

"ทำไมต้องหมู่บ้านญี่ปุ่น" ฉันถามนางเพื่อนที่อยากจะชวนไปเที่ยวดีนัก
"ไม่รู้เหมือนกัน เห็นเขาว่ามันดี ก็เดี่๋ยวไปดูเอา" 
"ค่ะ เจริญพร ..สำหรับข้อมูลอันเป็นประโยชน์มหาศาล" แอบด่าในใจเป็นภาษาอารบิก ผสมเปอร์เซีย ผสมแคชเมียร์บวกบาลี สันสกฤติด้วย ..ด่าไม่เป็นภาษานั่นเอง ..^^

ถึงอยุธยา ขับรถสลับกับสบถป้ายที่ชี้ชวนให้หลงทางเป็นระยะๆ แล้วในที่สุดก็ไปถึงซึ่ง ..แถ่น แทน แท๊นน...หมู่บ้านญี่ปุ่นในตำนาน..แอบกรี้สดังๆ ในใจ..หมู่บ้านญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น ..เข้าไปก็รู้สึกถึงความเป็นญี่ปุ๊น ..ญี่ปุ่น..ทั้งต้นไผ่ ใบไผ่ แผ่นไม้ ป้ายบอกทาง อะไรต่างๆ นานา ราวกับมายืนอยู่สมัยโตมิโต กูโชว์ดะ..

ณ ที่ตั้งของหมู่บ้านญี่ปุ่น ในปัจจุบันนี้นั้น ถูกปรับให้เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์ให้ความรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ส่วนหนึ่งของชาติไทยในสมัยอยุธยา ที่ตั้งของหมู่บ้านริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านญี่ปุ่นจริงๆ มาก่อนตอนสมัยที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี แต่ทว่า เวลานี้เหลือเพียงเศษเสี้ยวส่วนนิดเดียวของบริเวณที่เคยเป็นหมู่บ้านอันกว้างใหญ่  น่าอยู่ น่าดูเมื่อครั้งกระโน้น ..


ใครที่ไปเยี่ยมชม ขออย่าได้พลาดชมวีดิทัศน์ที่มีการบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ซึ่งทำออกมาได้อย่างน่าสนใจมากขนาดแปดดาว วิดีทัศน์ความยาวเพียงแปดนาที สรุปย่อเรื่องราวอันยาวนานได้อย่างสวยงามน่าสนใจในรูปแบบผสมผสาน ทั้ง CG 3D 4D มีความรู้สึกอิ่มเอมเปรมใจเมื่อได้ดูจนจบ แถมยังเย็นฉ่ำใจในห้องแอร์เย็นๆ อีกด้วย

ก้าวออกมาจากห้องแสดงวีิดิทัศน์สัก 2-3 ก้าว เลี้ยวซ้ายเข้าไป ก็จะมาถึงส่วนพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงภาพภูมิทัศน์ของกรุงศรีอยุธยาอันเรืองรองผ่องอำไพ ให้ความรู้สึกถึงความเป็นราชธานี ที่มีอารยธรรมระดับสูงและมีความเจริญสุดขีดในครั้งกระโน้นจริงๆ อยุธยาธานีมีความศิวิไลซ์ในระดับสูงสุด สมคำร่ำลือ เมื่อได้เห็นภาพแผนที่ขนาดใหญ่ที่จัดแสดงในห้องแห่งนี้ ห้องที่ให้ความรู้สึกว่า สิ่งนี้เองที่เราควรจะรักและหวงแหน และคำนึงถึงสิ่งที่บรรพบุรุษไทยทำไว้ให้ลูกหลานในคราวครั้งนั้น
รูปถ่ายไม่สวยเท่าไหร่ แต่ของจริงข้างในทำฉากดูขรึมขลังอลังการทีเดียว

"นี่แหละ นี่แหละ ไฮไลต์ ที่เพื่อนบอกไว้ ให้มาให้จงได้" นางเพื่อนรีบชิงเอาเครดิตทันที เมื่อมีโอกาส
เห็นแล้วให้รู้สึกถึงความรักชาติ ศาสนา แลพระมหากษัตริย์ขึ้นมาในทันใด ใช่..คราวนี้ ไม่มีคำโต้เถียง หรือเสียงสบถในใจ ได้แต่พยักเพยิดเห็นด้วยกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า ..อยุธยาราชธานี มิแปลกใจแล้วว่าทำไมถึงได้เป็นศูนย์กลางแห่งเอเชียอาคเนย์


เวนิสตะวันออกหมายถึงอย่างไร ก็ให้ได้ความกระจ่างใจจากภาพตรงหน้านี้เอง 

จากห้องวิดิทัศน์เล่าเรื่องเมืองญีุ่่ปุ่น ข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งก็เป็นวิดีทัศน์อีกเรื่องหนึ่ง น่าสนใจไม่แพ้กัน และเย็นฉ่ำไม่ต่างกัน เป็นเรื่องราวของยามาดะ นากามาสะ (Yamada Nagamasa) หรือ ออกญาเสนาภิมุขที่นี่ ยังมีมุมบอกเล่าเรื่องราวของท้าวทองกีบม้า หรือมารี กีมาร์ ในฐานะที่นางมีชาติผสมระหว่างญี่ปุ่นกับโปรตุเกส เรื่องของนางกับตำนานขนมหวานไทยถูกจัดไว้ในมุมหนึ่งของห้องนิทรรศการ


จากห้องนิทรรศการ เราออกไปเดินดูบริเวณโดยรอบ ไม่มีอะไรมาก นอกจากภาพความหลังที่สวยงามครั้งอดีต กับภาพปัจจุบันที่เหลือเพียงสวนสไตล์ญี่ปุ่น ที่ร่มรื่นสะอาดสบายตา ตามแบบฉบับ  และ...อีกไม่ช้าไม่นาน ณ มุมหนึ่ง ริมฝั่งแม่น้ำ ก็จะมีร้านอาหารญี่ปุ่นมาเปิดแล้วจ้าาาา เอ่ยนามร้านขึ้นมาเมื่อไหร่ ไม่มีใครไม่รู้จัก..ใช่แล้ว อิทธิพลของแม่นางการะเกดได้ปลุกให้อยุธยาฟื้นคืนชีพ ไม่เว้นแม้แต่หมู่บ้านญี่ปุ่นแห่งนี้

ถึงแม้จะเป็นสถานที่เล็กๆ แต่ก็ให้ความรู้สึกที่ดี ที่ได้มาเยือนที่นี่เป็นที่แรกในทริปความนี้ เหมือนมีปฐมบทก่อนจะย้อนรอยประวัติศาสตร์ตามต่อไป 


อยุธยาไม่รู้จบ...เที่ยวย้อนภพได้ทุกที่..แม้เพลานี้บุพเพฯ จะจางหาย ตอน#ตลาดน้ำวนวัดบางกะจะ


"คุณป้าจำปา พาฉันไปเที่ยวตลาดน้ำหน่อยสิจ๊ะ" มโนนึกในใจว่าถ้าการะเกดซี้กับป้าจำปา คงจ๊ะจ๋า ประมาณนี้ และตลาดน้ำที่ว่า ก็น่าจะเป็นตลาดน้ำวัดบางกะจะ ที่คนสมัยนี้ไม่รู้จักนักหรอก พี่ยังเพิ่งเคยได้ยินเดี๋ยวนี้แหละ















อยุธยาเพลานี้ มีทั้งตลาดนัด ตลาดน้ำอยู่มากมายจนไม่รู้ควรจะไปที่ไหน แต่ถ้าถามแม่จำปาไซร้ หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อ ตลาดน้ำวัดบางกะจะ เป็นแน่แท้

เวลคัม ทู .."ตลาดน้ำวนวัดบางกะจะ" ที่ว่ากันว่าเป็นตลาดน้ำท็อปฮิตในสมัยอยุธยา แต่ว่าปัจจุบัน ดูจากป้ายเชิญชวนให้ไปเที่ยวแล้ว น่าจะเป็นช่วงที่กำลังมีความพยายามที่จะฟื้นฟูตลาดน้ำแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ คงอยากให้เกาะไปกับกระแสของออเจ้า แต่เมื่อออเจ้าไม่อยู่ในกระแสเสียแล้ว....ก็ถือว่าแวะไปเที่ยวชมวัดและทำบุญก็ยังได้นะ

ข้อมูลจาก ททท. บอกว่า วัดบางกะจะ เคยเป็นตลาดน้ำที่ใหญ่และยอดนิยมที่สุดในสมัยอยุธยา แต่ว่าเวลานี้ก็พยายามจะฟื้นฟูตลาดในอดีตกลับขึ้นมาใหม่ ซึ่งพอดีเราแวะในวันธรรมดา เลยไม่มีอีเวนต์ตลาดนัดให้ชิม และชม ได้แต่เก็บภาพวัดเก่าแก่ของอยุธยามาให้ดูนิดหน่อย


วัดกะจะมีบรรยากาศวัดโบราณ ที่น่าสนใจ แต่ก็ไม่เหมือนวัดดังๆ ที่อื่นๆ  อุโบสถสีชมพูเป็นรูปเรือท้องแอ่น ตามแบบแผนวัดสมัยนั้น ตอนนี้ มีความพยายามที่จะรื้อฟื้นตลาดน้ำวัดบางกะจะขึ้นมา เพื่อย้อนเวลาหาอดีต ในวันธรรมดาเช่นนี้ วัดก็เงียบๆ เราสามารถขึ้นไปไหว้พระในโบสถ์และชมบริเวณโดยรอบได้สบายๆ

จากคำบอกเล่า และสิ่งที่เราเห็นอยู่เบื้องหน้า จากบริเวณท่าน้ำหน้าวัด มองออกไปจะเป็นบริเวณที่เหมือนแม่น้ำสามสายไหลมาบรรจบกันที่นี่ บริเวณนี้จึงเป็นบริเวณที่แลดูมีความกว้างใหญ่กว่าแม่น้ำบริเวณอื่น มองออกไปไกลที่หัวมุมฝั่งตรงข้ามจะเห็นอาคารวัดพนัญเชิงตั้งตระหง่านริมน้ำ แลดูสวยงาม กินอาณาบริเวณกว้างขวาง ริมแม่น้ำนั้น

ใครมีโอกาสไปเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ คงจะได้เห็นกันว่า ตลาดน้ำวนแห่งอยุธยาจะเป็นอย่างไรในวันที่จัดงาน ซึ่งน่าจะสนุกและมีสีสันกว่าวันธรรมดา แต่ว่าก็อาจจะต้องผจญภัยในการหาที่จอดรถกันหน่อยล่ะมั้ง ถ้าเกิดมันบูมขี้นมา

สวัสดี..

อยุธยาไม่รู้จบ..เที่ยวย้อนภพได้ทุกที่..แม้เพลานี้บุพเพฯจะจางหาย ตอน#วัดธรรมาราม

วัดธรรมาราม เป็นวัดที่อยู่นอกเหนือโปรแกรมและความคาดหมายใดๆ แค่สอดส่ายสายตามองหาวัดไหนก็ได้ที่น่าเอาของเล็กๆ น้อยๆ ไปถวาย อยากได้วัดแบบที่ไม่เยอะ ไม่อลัง ไม่ต้องขลัง แต่ต้องใจ

ในเส้นทางเดียวกันนั้น มีวัดให้เลือกหลากหลาย แต่อะไรบางอย่างดลใจให้แวะที่วัดธรรมารามแห่งนี้ ที่กลายมาเป็นไฮไลท์ของ iTrip เลยก็ว่าได้



ไฮไลท์ เพราะ

ไม่ได้เตรียมใจไว้ว่าจะผ่านมาพบ

วัดเก่าที่ทั้งสวย สะอาด และสงบ เข้าไปแล้วรู้สึกอบอุ่น เย็นใจ

ได้มีโอกาสพบปะและสนทนากับหลวงพ่อเจ้าอาวาสโดยมิได้นัดหมาย

ได้เรียนรู้ว่าวัดอันเงียบสงบแห่งนี้ มีประวัติความเป็นมาที่ไม่ธรรมดา

ด้วยว่า เป็นวัดป่า คู่เมืองอยุธยา มาแต่ครั้งนั้น

มีความสำคัญระดับส่งพระสงฆ์ไทย ไปเผยแพร่พุทธศาสนาถึงศรีลังกา จนทำให้แผ่นดินลังกา กลับมามีรุ่งเรืองทางพุทธศาสนาอีกครั้ง

พระองค์นั้น คือ เจ้าอาวาส ชื่อ พระอุบาลี ที่ทุกวันนี้ ชาวศรีลังกายังให้ความเคารพ และรำลึกนึกถึง 

มีพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเกร็ดประวัติของวัด และภาพจิตกรรมฝาผนังครั้งกรุงเก่า น่าไปดู


จากการสนทนากับหลวงพ่อ ได้ความมาว่า

สมัยอยุธยาแต่ก่อนนั้น มีวัดป่า หรือเรียกว่า "อรัญวาสี" ที่สำคัญๆ อยู่สองแห่ง คือวัดป่าที่อยู่ในเมือง และ วัดป่าที่อยู่นอกเมือง

วัดป่าในเมืองในครั้งนั้น คือวัดใหญ่ชัยมงคล ส่วนวัดป่าที่อยู่นอกเมือง ก็คือวัดธรรมาราม แห่งนี้นี่เอง

เราไม่ได้แวะไปชมวัดใหญ่ชัยมงคลในครั้งนี้ แต่การมาที่วัดธรรมาราม เป็นอะไรที่่เกินความคาดหมาย ทันทีที่เราเข้าไปในเขตวัด สัมผัสได้ถึงความสงบ ร่มเย็น แบบที่วัดป่าควรจะเป็น ความอยากรู้อยากเห็นพาเราก้าวขึ้นศาลาการเปรียญ ซึ่งสะอาดสะอ้านเป็นอย่างยิ่ง

หลวงพ่อ ซึงรู้ต่อมาว่า เป็นเจ้าอาวาส วัดแห่งนี้ ได้สละเวลาสนทนาและบอกเล่าเรื่องราวให้เราฟังจึงได้รู้ว่า วัดแห่งนี้ มีประวัติไม่ธรรมดาเลย

สมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เป็นสมัยที่พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมากในแผ่นดินอยุธยา แต่เวลาเดียวกันนี้เมืองศรีลังกา ซึ่งรากเหง้าของพุทธศาสนาได้ถูกทำลายลงจนไม่เหลือพระภิกษุที่จะทำการอุปัชฌาย์ให้กับผู้ใด พระเจ้าแผ่นดินสมัยนั้นจึงได้ส่งสาส์นมายังพระเจ้าอยู่หัวพระบรมโกศขอความช่วยเหลือให้ส่งพระสงฆ์ไทย ไปเป็นพระอุปัชฌาย์และเผยแพร่ให้พุทธศาสนากลับมารุ่งเรืองในแผ่นดินลังกาอีกครั้ง

พระอุบาลี มหาเถระ เจ้าอาวาสวันธรรมาราม เป็นพระผู้มากความรู้ความสามารถจึงถูกส่งให้เป็นหัวหน้านำคณะสงฆ์ทั้งหมด 18 รูปเดินทางโดยเรือไปเมืองลังกา แม้ว่าการเดินทางจะมีอุปสรรคมากมาย เพราะต้องฝ่าคลื่นลมพายุ แต่ในที่สุด ท่านก็เดินทางไปถึงและทำการอุปัชฌาย์ และเผยแพร่พุทธศาสนาที่นั่น จนพุทธศาสนาลังกาวงศ์กลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง

แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ต่อมา ท่านเกิดอาพาธและละสังขารอยู่ที่นั่นโดยไม่ได้มีโอกาสกลับมาที่อยุธยาอีกเลย

เพื่อเป็นการระลึกถึงท่าน ปัจจุบัน ทางวัดจึงได้จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ขึ้นมา เสียดายว่าเวลาที่เราไปนั้นค่อนข้างจะเกือบเย็น จึงไม่ได้แวะเข้าไปชม 

แต่ก็หวังว่าจะมีโอกาสแวะไปชมได้อีกสักครั้ง 

สวัสดี

'Breakin the Walls' Graffiti Art Exhibition at Ratchadamnoen Contemporary Art Center from now until 31 March 2018

Graffiti art lovers should check out this art event.




Ratchadamnoen Contemporary Art Center is holding special exhibition from more than 20 Graffiti artists such as Bigdel, Bonus TMC, LeoTMC, Joker, Jecks, Redmukk and also Ayina or Veerapong Sriprakul who are joining to change Ratchadamnoen Contemporary Art Center into a land of graffiti, breaking the wall of old beliefs into a new world.





Famous graffiti artist Veerapong Sriprakul will paint the largest wall art 14 × 3 meters with oil paint techniques. Admirers can witness and experience the artist's work behind the scene.

Exhibition runs during 16-31 March, 2018. Free admission.

For more information, check https://www.facebook.com/rcac84/

Chin’s Gallery holds abstract art exhibition by American artist "Sam Friedman" at his first exhibition in Asia

Chin's Gallery, a new contemporary art gallery in the heart of Bangkok, invites art lovers to experience abstract arts by American artist Sam Friedman, a veteran in the art scene who has worked with the New York Times, Nike and KAWS. 




The exhibition brings his abstract works under the unique concept 'Running', in which he portrays the fluid movements of vivid patterns and different perspectives. The exhibition will be Friedman's first ever exhibition outside of his motherland. 
          



The exhibition will be held from 24 March - 6 May, 2018 from Wednesdays – Sundays from 11 hrs – 7 hrs at Chin's Gallery, 58 Arden's Rama 3. 


For more information, visit www.chinsgallery.com or www.facebook.com/chinsgallery/